|
จากการที่ประเทศไทยมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
ส่งผลให้เกิดปัญหาความต้องการพลังงานของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวรัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
พ.ศ. 2535
โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะกำกับดูแลและส่งเสริมการใช้พลังงานในอาคารและโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กระทรวงพลังงาน
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานภายใต้พระราชบัญญัติดังกล่าว
จึงได้ริเริ่มและดำเนินการก่อสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงานตัวอย่างเพื่อสาธิตเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน
ซึ่งเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
และเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ
50 ปี โดยก่อสร้างขึ้นที่บริเวณเทคโนธานี
ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง
จังหวัดปทุมธานี โดยมีชื่อเรียกว่า
อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ
อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติเป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้งานขนาด
14,000 ตารางเมตร
ที่เน้นความคิดเรื่องการอนุรักษ์พลังงานซึ่งได้รับการออกแบบอย่างเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น
มีความน่าสนใจในด้านสถาปัตยกรรมที่สามารถจูงใจให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก
วิศวกร เจ้าของอาคาร
ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ทันมาอนุรักษ์พลังงาน
อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติเป็นอาคารตัวอย่างที่ผู้สนใจสามารถมาศึกษา
สัมผัสจับต้องได้ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีต่าง ๆ
ที่นำมาเป็นแนวคิดในการออกแบบว่าสามารถปฏิบัติได้จริง
ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้มีการนำเอาองค์ความรู้จากอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้
ไปประยุกต์ใช้กับการออกแบบ ก่อสร้าง
และปรับปรุงอาคารอื่น ๆ
ให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานที่ประสบผลสำเร็จต่อไป
ภายในอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ
ประกอบด้วยพื้นที่ที่ใช้สำหรับงานของหน่วยงานของ
พพ. ได้แก่ กองฝึกอบรม
พื้นที่ห้องประชุมสัมมนา
พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ที่จัดเป็นศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน
ซึ่งเป็นพื้นที่ย่อย 5 ส่วน ได้แก่
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคอุตสาหกรรม
,
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคอาคารธุรกิจ
,
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคบ้านอยู่อาศัย
ห้องฝึกอบรมระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ
และห้องฝึกอบรมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
สำหรับพื้นที่ส่วนศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน
พพ.
มีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นศูนย์จัดแสดง
สาธิตและเผยแพร่เทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานที่สามารถประยุกต์ใช้กับประเทศไทย
จำนวน 54 เทคโนโลยี
ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานหลักในภาคอุตสาหกรรม
ภาคอาคารธุรกิจ และภาคบ้านอยู่อาศัย
การจัดแสดงจะเน้นให้ผู้เข้าชมมีอิสระเพลิดเพลิน
และได้รับความรู้ไปพร้อมกันโดยสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่การประหยัด
ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเพิ่มผลผลิตได้
ในส่วนของห้องฝึกอบรมระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ
และห้องฝึกอบรมระบบไฟฟ้าแสงสว่างจะมีการติดตั้งอุปกรณ์สาธิตเทคโนโลยีที่ทันสมัยประกอบการฝึกอบรม
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เห็นการทำงานและทดลองปฏิบัติกับระบบที่ใกล้เคียงความเป็นจริง
ซึ่งจะทำให้เข้าใจเนื้อหาการฝึกอบรมได้ดียิ่งขึ้น
พื้นที่ส่วนแสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน
จำนวน 54 เทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย
>
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคอุตสาหกรรม
จำนวน 37 เทคโนโลยี ขนาดพื้นที่ 1,200
ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน
(Basement level)
ด้านฝั่งตะวันออกของอาคาร (ฝั่งโดม)
>
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคอาคารธุรกิจ
จำนวน 10 เทคโนโลยี ขนาดพื้นที่ 900
ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน
ด้านฝั่งตะวันตกของอาคาร (ฝั่งปิรามิด)
>
ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคบ้านอยู่อาศัย
จำนวน 7 เทคโนโลยี ขนาดพื้นที่ 300
ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน
ด้านฝั่งตะวันตกของอาคาร (ฝั่งปิรามิด)
พื้นที่ส่วนห้องฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วย
>
ห้องฝึกอบรมระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ
ขนาดพื้นที่ 260 ตารางเมตร
ตั้งอยู่บริเวณชั้นพื้นดิน (Ground Level)
ด้านฝั่งตะวันตกของอาคาร (ฝั่งโดม)
>
ห้องฝึกอบรมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ขนาดพื้นที่
275 ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณชั้นพื้นดิน
(Ground Level)
ภาคบ้านอยู่อาศัย
แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่
(1) การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน (Energy Efficient Home
Design)
(2) ระบบแสงสว่างประหยัดพลังงาน (Energy Efficient
Lighting System)
(3) เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน (Energy Efficient
Home Appliances)
(4) ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning System)
(5) ระบบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า (Safety Switches)
(6) แนวทางการอนุรักษ์พลังงานอื่น ๆ สำหรับบ้านอยู่อาศัย
ภาคธุรกิจ
แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
(1) การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน (Passive Design for
Buildings)
>
คุณลักษณะของอาคาร (Building Features)
(2) การปรับอากาศและการส่งจ่ายอากาศ (Air Conditioning
and Ventilation)
>
ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning System)
>
ระบบส่งจ่ายอากาศ (Cool Air Distribution
System)
(3) ระบบแสงสว่าง (Lighting System)
(4) ระบบการตรวจติดตามสำหรับอาคาร (Building Monitoring
System)
(5) แนวทางการอนุรักษ์พลังงานอื่น ๆ สำหรับอาคาร
ภาคอุตสาหกรรม
แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่
(1) กระบวนการให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูง (มากกว่า 300
องศาเซลเซียส)
>
การให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูง (Heating)
>
การหลอมโลหะ (Metal Melting)
(2) กระบวนการให้ความร้อนที่อุณหภูมิต่ำ (น้อยกว่า 300
องศาเซลเซียส)
>
การให้ความร้อนแก่ของเหลว (Liquid
Heating)
>
การให้ความร้อนและการปรับสภาพผลิตภัณฑ์(Product
Heat and Curing)
(3) มอเตอร์และตัวขับมอเตอร์ (Motor and Drives)
>
มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High Efficiency
Motors)
>
ตัวปรับความเร็วรอบมอเตอร์ (Variable
Speed Drives)
(4) ระบบการบริหารจัดการ (Integrated Management Systems)
>
การบริหารจัดการพลังงาน (Energy
Management)
>
การบริหารจัดการผลิต (Production
Management)
>
การวัดพลังงานและค่าใช้จ่าย (Metering and
Energy Costs)
>
การนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ (Heat
Recovery)
(5) การผลิตพลังงานร่วม (Cogeneration)
(6) การทำความเย็น(Refrigeration)
>
ระบบการทำความเย็น (Refrigeration)
>
ระบบการทำความเย็นแบบดูดซึม (Gas
Absorption Refrigeration)
(7) ระบบบริการสาธารณูปโภค (Utilites)
>
ระบบอากาศอัด (Compressed Air System)
>
ระบบแสงสว่าง (Lighting System)
>
ระบบการผลิตและส่งจ่ายไอน้ำ (Steam
Generation and Distribution System)
>
ระบบจ่ายกำลังไฟฟ้า (Power Distribution
System)
>
ระบบปรับสภาพไฟฟ้า (Power Conditioning
System)
>
ระบบปรับสภาพบำบัดโดยการเติมอากาศ
(Aeration and Curing System)
ขณะนี้การดำเนินการจัดสร้างศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวใกล้เสร็จสิ้นแล้ว
ดังนั้น พพ. จึงได้มอบหมายให้
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(ศูนย์อนุรักษ์พลังงานแห่งประเทศไทย)
เป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน
โดยให้เปิดดำเนินการเป็นศูนย์กลางการแสดง
สาธิตและการเผยแพร่ข้อมูลเทคโนโลยี
รวมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ
ในด้านการอนุรักษ์พลังงาน
ให้แก่เจ้าของโรงงาน อาคาร วิศวกร สถาปนิก
ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน นิสิตนักศึกษา
และประชาชนทั่วไป
เพื่อให้เกิดการนำเอาแนวคิดและความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสำเร็จ
|